← All posts · บทความทั้งหมด

Nothing is impossible — you just have to start

ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ — แค่ต้องเริ่ม


"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกนี้ — ขอแค่คุณลงมือทำ ทุกอย่างก็เป็นไปได้"

ผมเคยคิดว่าประโยคแบบนี้คือคำพูดสวยหรู ประเภทที่ติดอยู่บนโปสเตอร์ในห้องเรียน

จนกระทั่งวันที่ผมเริ่มวิ่ง


ก่อนเริ่ม การวิ่ง 10 กิโลเมตรฟังดูเป็นเรื่องของ "คนอื่น" คนที่ผอม คนที่เกิดมามีปอดดี คนที่ไม่ใช่ผม

หลังเริ่มไปสามเดือน 10 กิโลเมตรกลายเป็นเช้าวันเสาร์ธรรมดา ๆ

ไม่มีอะไรในตัวผมเปลี่ยนไปเลยนะครับ — ผมไม่ได้เกิดใหม่ ไม่ได้เปลี่ยนปอด ไม่ได้กิน อาหารวิเศษ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนคือ — ผม เริ่ม


ผมเริ่มเชื่อว่า "เป็นไปไม่ได้" เป็นแค่คำที่เราใช้เรียกสิ่งที่เรา ยังไม่ได้เริ่ม

หนังสือที่ "เป็นไปไม่ได้" ก็แค่หนังสือที่ยังไม่ได้เขียนหน้าแรก

ภาษาที่ "เป็นไปไม่ได้" ก็แค่ภาษาที่ยังไม่ได้ลงคำแรก

ตัวเองในเวอร์ชันที่ "เป็นไปไม่ได้" ก็แค่เวอร์ชันที่ยังไม่ได้ออกจากประตูบ้าน

ทุกครั้งที่เราลงมือ คำว่า "เป็นไปไม่ได้" จะหดลงทีละนิด — จาก "เป็นไปไม่ได้" กลายเป็น "ยังไม่ทำ" แล้ว "ยังไม่ทำ" ก็ค่อย ๆ กลายเป็น "ทำไปแล้ว" ในที่สุด

ระยะทางระหว่าง "เป็นไปไม่ได้" กับ "ทำไปแล้ว" สั้นกว่าที่คุณคิดมาก แต่จุดเริ่มของ ระยะทางนั้น อยู่ที่การลุกขึ้น ไม่ใช่การคิด


วิ่งสามครั้งต่อสัปดาห์ สอนผมเรื่องนี้ในแบบที่หนังสือทุกเล่ม รวมกันสอนผมไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ทฤษฎี มันคือสิ่งที่ขาผมพิสูจน์ให้สมองผมดู ทุกวันอังคาร พฤหัสฯ เสาร์

ขาผมเชื่อก่อนสมองผมว่าเป็นไปได้ — แล้วสมองผมก็ตามมาทีหลัง


ถ้าคุณกำลังจ้องอะไรอยู่สักอย่าง แล้วรู้สึกว่ามันใหญ่เกินไป ไกลเกินไป สำหรับคนแบบคุณ — ผมไม่มีคำตอบที่ดีกว่าคำตอบเดียวกับที่ผมให้ตัวเอง

ลงมือ แค่นั้นเอง

ที่เหลือมันจะค่อย ๆ ตามมาเอง เหมือนกิโลแรก แล้วกิโลที่สอง แล้วกิโลที่สิบ จนวันหนึ่งคุณจะมองย้อนกลับมา แล้วงงว่า — ตอนนั้นกูกลัวอะไรว่ะ

j ↑ k ↓